วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

กูเกิลขออภัยกรณีเว็บ Gmail ล่ม

กูเกิลขออภัยกรณีบริการฟรีอีเมลนาม "จีเมล (Gmail)" ใช้งานไม่ได้ช่วง 21.30-24.00 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทย กระทบกับสมาชิกหลายล้านคนทั่วโลก ท่ามกลางฝรั่งต่างชาติที่ล้อเลียนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า Gfail
แอนดรู โควาค์ส (Andrew Kovacs) ประชาสัมพันธ์ของกูเกิลให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า แม้จีเมลจะใช้การได้แล้วในขณะนี้แต่กูเกิลก็ยังคงเร่งดำเนินการเพื่อสืบหาสาเหตุข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นต่อไป

"เราจะรีบแจ้งข้อมูลแก่ผู้ใช้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้"

บริการจีเมลที่ไม่สามารถใช้งานได้นั้น หากคำนวณตามเวลาสหรัฐฯ ปัญหาดังกล่าวได้เกิดขึ้นในช่วง 9.30 น. ของวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยบริการใช้การไม่ได้ราว 2 ชั่วโมงครึ่ง จุดนี้อาซาซิโอ ครูซ (Acacio Cruz) ผู้จัดการบริการจีเมลได้โพสต์ข้อความขออภัยที่บริการเกิดความผิดพลาดในวันทำงาน กูเกิลรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและได้รีบดำเนินการทุกอย่างเพื่อกู้สถานการณ์อย่างรวดเร็วที่สุดแล้ว

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่ 2 ชั่วโมงครึ่งตามที่รายงานข่าวต่างประเทศระบุ โดยผู้ใช้จีเมลชาวไทยบางรายเผยว่าใช้งานจีเมลไม่ได้ตั้งแต่ช่วง 16.00-17.00 น. ของวันอังคาร (24) ตามเวลาในประเทศไทยแล้ว

ปัจจุบัน สมาชิกจีเมลทั่วยุโรป เอเซีย สหรัฐฯ และพื้นที่อื่นๆในขณะนี้มีจำนวนกว่า 113 ล้านคน โดยช่วงปีที่แล้ว มีการรายงานปัญหาที่เกิดขึ้นกับบริการจีเมลราว 2 ครั้ง ซึ่งทำให้ผู้ใช้จีเมลพบหน้าเออเรอร์ หรือต้องใช้เวลานานมากกว่าจะเข้าถึงกล่องเมลของตัวเองได้

สำหรับปัญหาในครั้งนี้ ล่าสุดนักแพร่ภาพโป๊หัวใสได้ใช้ชื่อ "Gmail Down" เป็นชื่อลวงผู้ใช้จีเมลที่ต้องการสืบค้นข้อมูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยหากกดลิงค์เข้าไปจะพบภาพและวีดีโอลามกแทนที่จะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

แม่น้ำคงคามีมลพิษ เต็มไปด้วยแพลงก์ตอนสัตว์เป็นมะเร็ง

นักชีววิทยาอเมริกันพบว่า น้ำในแม่น้ำคงคา อันเป็นแม่น้ำที่ชนชาวฮินดูถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์หลายช่วง เต็มไปด้วยแพลงก์ตอนสัตว์ ที่ล้วนเป็นโรคเนื้อร้าย

แพลงก์ตอนเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ซึ่งไม่สามารถว่ายน้ำไปตามต้องการได้อิสระ จำแนกได้เป็น แพลงก์ตอนพืช และแพลงก์ตอนสัตว์ โดยเหตุที่แพลงก์ตอนมีความสำคัญ เป็นข้อต้นของห่วงโซ่อาหาร ของสัตว์ต่างๆ เมื่อพวกมันเป็นเนื้อร้าย ก็จะพลอยทำให้ปลาเล็กปลาน้อยซึ่งกินมันเป็นอาหารพลอยติดโรคไปด้วย และเมื่อปลาใหญ่กินปลาเล็กกินอาหารอีกทอดหนึ่ง ก็พลอยติดโรคต่อกันไปเป็นทอดๆ ซึ่งจะรวมถึงคนที่ไปกินปลาในแม่น้ำเป็นอาหารในที่สุด

นักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯได้เก็บตัวอย่างน้ำในแม่น้ำคงคา ช่วงที่ไหลผ่านเมืองหริวอร์, กันปุระ, พาราณสี, ปัตนา และกัลกัตตาไปศึกษาที่ห้องปฏิบัติการในอเมริกา และได้นำมารายงานในที่ประชุมนักวิทยาศาสตร์ที่เมืองปัตนาว่า “มันเป็นเครื่องแสดงว่า แม่น้ำคงคามีปัญหาสุขภาพของสิ่งแวดล้อม และถ้าหากแพลงก์ตอนต้องตายเกลี้ยง ในแม่น้ำก็จะไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย” และกล่าวเสริมว่า “เป็นเพราะการทิ้งขยะมูลฝอยลงแม่น้ำ ไปเลี้ยงให้พวกแบคทีเรียเจริญเติบโต”

เคยมีการประมาณว่า นับแม่น้ำคงคาช่วงตั้งแต่เมืองกอมุก ไปจนไหลลงสู่อ่าวเบงกอล ระยะทาง 2,510 กม.ได้มีการปล่อยน้ำโสโครกทิ้งลงสู่แม่น้ำเป็นปริมาณเกือบ1 พันล้านลิตร.


ข้อมูลดีๆ จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ยุงตามไล่กัดถึงบนอวกาศ สามารถอยู่ในสภาพนอกโลกนานเป็นปี

ถึงมนุษย์จะอวดอิทธิฤทธิ์ สามารถเหาะเหินเดินทางออกนอกโลกได้ แต่ก็ไม่อาจจะหนีรอดพ้นยุงไปได้ เพราะนักวิทยาศาสตร์รัสเซียได้แจ้งว่า พวกสัตว์ที่กินเลือดพวกเราเป็นอาหารเหล่านี้ สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้ใน อวกาศ ได้นานถึง 1 ปีครึ่ง

รองนายกสมาคมวิทยาศาสตร์รัสเซีย นายอนาโทลี ไกรกอร์เยฟ เปิด เผยว่า “เราได้พามันออกไปนอกโลกและกลับลงมาบ้าน มันยังมีชีวิตอยู่ ได้” เขาเล่าว่าได้นำมันขึ้นไปเลี้ยงบนสถานีอวกาศสากล เพื่อจะดูว่าสภาพอวกาศจะเป็นอันตรายต่อสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่ เป็นโครงการทดลองกับพืชและสัตว์ต่างๆ ด้วย
ยุงที่เอาไปศึกษาเป็นยุงแอฟริกา ซึ่งเคยเลี้ยงตัวอ่อนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนชื้น เนื่องจากดินฟ้าอากาศที่แล้งฝนของกาฬทวีป หากแต่ มันสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่ยากลำบาก โดยที่มันทำตัวเองให้อยู่ในสภาพจำศีล สามารถให้ร่างกายพักงานใหญ่ๆ ไว้ชั่วคราว.

ข้อมูลดีๆ จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

สร้างหุ่นยนต์อยู่คู่กับคน มีใบหน้าแสดงความรู้สึกรักและชังได้

วารสารเรื่องวิทยาศาสตร์ “นิว ไซเอนทิสต์” ชื่อดังเปิดเผยว่า นักวิทยาศาสตร์กำลังเปิดตัวหุ่นยนต์เหมือนคนและสุนัข ที่มีบุคลิกลักษณะพิเศษ เพื่อให้สามารถอยู่รวมกับมนุษย์ได้

นักวิทยาศาสตร์โลลา คานาเมโร แห่งมหาวิทยาลัยเฮิร์ต ฟอร์เชียร์ ที่อังกฤษ ผู้สร้างหุ่นยนต์เหล่านี้แจ้งว่า ได้สร้างหุ่นยนต์ที่เรียนรู้เล่ห์เหลี่ยมในสังคม โดยนำออกแสดงในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ของกรุงลอนดอน

ขณะนี้ได้เริ่มสร้างหุ่นยนต์ที่มีหัวแสดงอารมณ์ได้อยู่ตัวหนึ่ง มันสามารถจะติดต่อกับผู้คน โดยทำสีหน้า เพื่อต้องการจะรู้ถึงปฏิกิริยาของคนว่า จะยอมรับหุ่นยนต์ได้หรือไม่ ทั้งเพื่อจะเอาความรู้มาพัฒนาหุ่นยนต์ ซึ่งสามารถจะทำงานเคียงข้างมนุษย์ ทั้งในฐานะผู้ให้บริการหรือเป็นสัตว์เลี้ยงต่อไปด้วย.

ข้อมูลดีๆ จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ZTE คลอดมือถือพลังงานแสงอาทิตย์ราคาไม่ถึง 1,400 บาท

ยักษ์ใหญ่จากจีน ZTE เปิดตัวโทรศัพท์มือถือพลังงานแสงอาทิตย์ราคาประหยัดรุ่นแรกของโลก พุ่งเป้ากลุ่มผู้มีรายได้น้อยในโลกกำลังพัฒนาที่มีไฟฟ้าใช้อย่างจำกัด พร้อมเปิดตลาดเดือนมิถุนายนนี้ในราคาไม่ถึง 40 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,400 บาท
หวังหยงซุง ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของ ZTE เปิดเผยว่าได้จับมือโอเปเรเตอร์ผู้ให้บริการเครือข่ายนาม Digicel เพื่อเตรียมวางจำหน่ายโทรศัพท์มือถือพลังงานแสงอาทิตย์ราคาประหยัดในสาธารณรัฐเฮติ รัฐเอกราชซามัว และปาปัวนิวกินี มั่นใจว่ายอดจำหน่ายในปีแรกจะมีจำนวนสูงในหลักล้านเครื่อง

"เราคาดว่า ยังมีประชากรโลกกว่า 2 พันล้านคนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือมีแต่ก็สามารถใช้งานได้อย่างจำกัด"

โทรศัพท์เครื่องนี้ใช้ชื่อเรียกว่า Coral-200-Solar ใช้เทคโนโลยีจากประเทศเนเธอร์แลนด์ซึ่งพัฒนาพาแนลเซลแสงอาทิตย์ให้มีขนาดเล็ก 3x7 เซนติเมตร (1.2x2.8 นิ้ว) สำหรับติดไว้ด้านหลังของโทรศัพท์ ข้อมูลระบุว่า หากนำโทรศัพท์มือถือไปวางกลางแดด 1 ชั่วโมง จะสามารถให้พลังงานในการคุยโทรศัพท์ได้นาน 15 นาที โดยโทรศัพท์นี้สามารถชาร์จพลังงานด้วยไฟฟ้าได้เช่นกัน

ทอม ไบรอันท์ (Tom Bryant) ผู้บริหารของ Digicel ระบุว่าตลาดของบริษัทซึ่งได้แก่กลุ่มประเทศในแถบคาบสมุทรแคริบเบียน อเมริกากลาง และแปซิฟิกบางแห่งยังเป็นพื้นที่ที่ประชาชนสามารถใช้งานไฟฟ้าได้อย่างจำกัด และในประเทศเหล่านี้ก็ไม่มีสินค้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้เลือกมากนัก จุดนี้ไบรอันท์ระบุว่า บริษัทจะตั้งราคาจำหน่ายให้ไม่เกินกำลังที่ผู้บริโภคจะซื้อได้ คาดว่าราคาจะไม่เกิน 40 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,400 บาท

นักวิเคราะห์มองว่า การเปิดตัวโทรศัพท์มือถือพลังงานแสงอาทิตย์ราคาประหยัดจะเป็นทางเลือกที่ดีของประชาชนในแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ประชาชนบางกลุ่มยังต้องเสียค่าบริการชาร์จไฟในโทรศัพท์มือถือเพราะที่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้งาน และไม่ใช่เพียงโทรศัพท์มือถือเท่านั้น นักวิเคราะห์เชื่อว่าการติดตั้งเซลพลังงานแสงอาทิตย์ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดอื่นๆก็มีแนวโน้มไปได้สวยในตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก

งานนี้ ผู้บริหารของ ZTE ระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อทำตลาดโทรศัพท์มือถือพลังงานแสงอาทิตย์ราคาประหยัดกับโอเปอเรเตอร์หลายรายในขณะนี้

แนวโน้มการนำพลังงานทางเลือกมาใช้กับโทรศัพท์มือถือแทนไฟฟ้านั้นเกิดขึ้นมานานและมีทิศทางเด่นชัดขึ้นทุกทีในปัจจุบัน เฉพาะในงาน MWC 2009 ที่สเปน ซัมซุง (Samsung) ได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือ Blue Earth ซึ่งฝังเซลพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ด้านหลังเครื่อง ชนกับแอลจี (LG) ที่เปิดตัวต้นแบบโทรศัพท์พลังงานแสงอาทิตย์ (ยังไม่เปิดเผยชื่อรุ่น) เช่นกัน ทั้งหมดโชว์ตัวท่ามกลางคำการันตีจาก ZTE ว่า โทรศัพท์ Coral-200-Solar นี้มีความสามารถในการจัดการพลังงานสูงกว่าโทรศัพท์แสงอาทิตย์ที่มีในท้องตลาดขณะนี้ถึง 2 เท่าตัว

วันที่รอคอย...ส่งมอบโนเกีย 5800 XpressMusic


จบลงไปเรียบร้อยด้วยดีสำหรับงาน "วันที่รอคอย...ส่งมอบโนเกีย 5800 XpressMusic" (ศุกร์ที่ 20 ก.พ. 52) ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ งานนี้คนที่ได้จับจองเครื่องไว้ก่อนหน้านี้ทั้งผ่านออนไลน์ และไทยแลนด์ โมบายล์ เอ็กซ์โป 2009 ต่างทยอยเข้ามารับเครื่องตามนัดหมายกันอย่างพร้อมเพรียงกัน ท่ามกลางแสงแดดที่ส่องทะลุชั้นบรรยากาศลงมาแบบไม่เกรงใจใคร แต่คนที่ยืนรอทางด้านล่างก็ไม่ได้ย่อท้อ แถมใบหน้าแต่ละคนนอกจากจะเปื้อนเหงื่อแล้วยังเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอ่อนๆด้วย

ผมได้ยินหลายเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงงานนี้ค่อนข้างหนาหู ซึ่งเรื่องที่พูดกันส่วนใหญ่เป็นเรื่องความประทับใจของการจัดงานครั้งนี้ ที่ให้การบริการคอยอำนวยความสะดวกลูกค้าได้เป็นอย่างดี และผมก็เชื่อว่าหลายคนที่มารับเครื่องแต่หัววันนั้นยอมโดดงาน เฮ่ย! ยอมลางานเพื่อมารอรับเครื่องโดยเฉพาะ :)

คนแรกที่มาจองคิวตั้งแต่เช้า(มืด) และอยู่จนกระทั่งจบงานเห็นจะเป็นน้องเอ็ม นายสิทธิรัช จิรปรมัตถ์ นักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 จากโรงเรียนหอวัง นั่นเอง ต้องขอนับถือในความมานะ อดทนจริงๆสำหรับลูกค้าคนแรกในงานนี้

หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการฝ่าแสงแดดจ้าในช่วงกลางวัน ช่วงเย็นทางโนเกียก็มีกิจกรรมให้ร่วมสนุกกันต่อ เรียกว่างานนี้แรงไม่หมดไม่ต้องกลับบ้าน ซึ่งกิจกกรมเป็นการแสดงคอนเสิร์ตโดยมีดีเจฝีปากกล้าจาก 2 คลื่นวิทยุมาประชันกัน คือ 91.5 Hot FM กับ 94 EFM ส่วนศิลปินที่มาขึ้นเวทีร่วมแสดงในงานนี้ ได้แก่ Play Ground, Zeal, Buddha Bless, Paradox, Modern Dog และปิดท้ายด้วยGroove Riders

งานนี้เล่นเอาหลายคนอาบเหงื่อแทนน้ำกันถ้วนนะ และผมเองก็เพิ่งรู้ซึ้งถึงคำว่า "หูดับตับไหม้" ในงานนี้เองครับ เพราะหลังจากจบคอนเสิร์ตหูผมใช้การไม่ได้ชั่วคราวไปหนึ่งข้างครับ :) และผมก็ไม่พลาดเก็บบรรยากาศเหล่านั้นมาให้ชาว CbiZReview ได้ชมกัน

แต่ก่อนจะไปชมภาพบรรยากาศในงาน ทางโนเกียได้ฝากมาประชาสัมพันธ์ว่า โนเกีย 5800 XpressMusic ยังเอาใจคอเพลงด้วย XpressMusic Hit List บริการทางดนตรีอย่างสมบูรณ์แบบ โดยได้รับความร่วมมือจาก 3 ค่ายเพลงดัง ได้แก่ โซนี่ มิวสิค, จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และอาร์เอส ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดเพลงได้ฟรี เป็นเวลา 6 เดือนหลังจากลงทะเบียน ซึ่งสามารถดาวน์โหลดโดยตรงสู่มือถือได้เลย หรือผ่านพีซีก็ได้

กิมจิย้ำศักยภาพ โชว์ "ลูกสุนัขโคลนนิง" จากสเต็มเซลล์ไขมันครั้งแรก


ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านโคลนนิงสุนัขอีกครั้ง หลังบริษัทวิจัยในเกาหลีใต้ทำสำเร็จ โคลนนิงลูกสุนัขบีเกิลได้ 2 ตัว จากเซลล์ต้นกำเนิด ในเนื้อเยื่อไขมันของสุนัขตัวต้นแบบเป็นครั้งแรก โอกาสสำเร็จสูงขึ้น ต้นทุนต่ำลง เปิดทางสู่ธุรกิจโคลนนิงสัตว์เลี้ยง และเอื้อประโยชน์ต่องานวิจัยทางการแพทย์

อาร์เอ็นแอล ไบโอ (RNL Bio) บริษัทเอกชนด้านพันธุวิศวกรรมแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ โชว์ความสำเร็จงดงามด้วยการโคลนนิงลูกสุนัข 2 ตัว ด้วยเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ (stem cell) จากเนื้อเยื่อไขมันของสุนัขตัวต้นแบบพันธุ์บีเกิล โดยนับเป็นครั้งแรกที่มีการโคลนนิงสำเร็จโดยใช้สเต็มเซลล์เนื้อเยื่อไขมัน และมีการแถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา ในกรุงโซล

เอเอฟพีระบุว่าทีมนักวิจัยของอาร์เอ็นแอล ไบโอ เริ่มแยกตัวอย่างเนื้อเยื่อไขมัน (adipose tissue) จากสุนัขพันธุ์บีเกิลเมื่อเดือน ต.ค. 51 จากนั้นแยกเอาสเต็มเซลล์ออกมาเพาะเลี้ยงต่อในห้องแล็บ แล้วทำการโคลนนิงโดยนำดีเอ็นเอจากเซลล์ต้นกำเนิดเนื้อเยื่อไขมันไปใส่ในเซลล์ไข่ของสุนัข และเพาะเลี้ยงได้ตัวอ่อนจำนวน 84 ตัว แล้วนำไปแบ่งฝากในท้องแม่สุนัขอุ้มบุญจำนวน 5 ตัว เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 51

จนกระทั่งเมื่อช่วงปลายเดือน ม.ค. 52 แม่สุนัขตัวหนึ่งชื่อ ริเวอร์ (River) คลอดลูกสุนัขโคลนนิงออกมา 2 ตัว ซึ่งทีมวิจัยตั้งชื่อให้ลูกสุนัข 2 ตัวนี้ว่า เมจิก (Magic) กับ สเต็ม (Stem) นับว่าเป็นลูกสุนัขคู่แรกที่เกิดจากเทคนิคการโคลนนิงแบบใหม่ที่ใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อไขมัน ซึ่งนักวิจัยระบุว่ามีโอกาสสำเร็จสูงกว่าการโคลนนิงโดยทั่วไปที่มักใช้เซลล์ร่างกาย (somatic cells) ของสิ่งมีชีวิตต้นแบบ

"หากเราพัฒนาเทคโนโลยีนี้ได้จนสมบูรณ์ การโคลนนิงสุนัขก็จะง่ายขึ้นเยอะ และยังลดต้นทุนในการโคลนนิงลงได้อีกมากด้วย" คำกล่าวของ รา จองชาน (Ra Jeong-Chan) ผู้บริหารของอาร์เอ็นแอล ไบโอ ซึ่งระบุอยู่ในรอยเตอร์ส พร้อมกับบอกด้วยว่าวิธีนี้จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายในการโคลนนิงสุนัขลดลงเหลือเพียงแค่ราว 50,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,750,000 บาท) ได้ภายใน 3 ปีนี้ จากเดิมที่เจ้าของสุนัขต้องควักกระเป๋าจ่ายไม่ต่ำกว่า 100,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,500,000 บาท) หากอยากโคลนนิงสุนัขแสนรักที่ตายไปแล้ว ทั้งยังจะเป็นประโยชน์ในการโคลนนิงสุนัขดมกลิ่นสำหรับใช้ในราชการด้วยเช่นกัน

ทีมวิจัยยังบอกอีกด้วยว่าเทคนิคนี้ยังมีประโยชน์ในด้านการศึกษาหาวิธีรักษาโรคทางพันธุกรรมในสุนัขที่คล้ายกับโรคในคน เช่น เบาหวาน เป็นต้น อีกทั้งเซลล์ต้นกำเนิดเนื้อเยื่อไขมันยังมีศักยภาพสูงในการรักษาโรคอัลไซเมอร์ส เบาหวาน ข้ออักเสบ และอีกหลายโรคด้วย

ทั้งนี้ ในการแถลงข่าวนักวิจัยแสดงให้ดูเฉพาะภาพถ่ายของลูกสุนัขทั้ง 2 ตัว เท่านั้น ไม่ได้เปิดเผยให้สื่อมวลชนและสาธารณชนได้เห็นลูกสุนัขตัวจริง เนื่องจากเกรงว่าแม่สุนัขจะตกใจและอาจทำอันตรายลูกสุนัขได้

ด้าน ปาร์ก เซ-ปิล (Park Se-Pill) ผู้เชี่ยวชาญด้านโคลนนิงของเกาหลีใต้ ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับบริษัท อาร์เอ็นแอล ไบโอ กล่าวว่า การพัฒนาเทคโนโลยีการโคลนนิงสัตว์ให้ก้าวหน้ามากขึ้นสามารถทำได้หลากหลายวิธี และมีส่วนช่วยลดต้นทุนให้ถูกลงได้ รวมทั้งทำให้อุตสาหกรรมโคลนนิงสัตว์เลี้ยงมีโอกาสเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้เมื่อปีที่แล้ว อาร์เอ็นแอล ไบโอ ยังได้โคลนนิงสุนัขจากเซลล์ใบหูของสุนัขพันธุ์พิตบูลเทอร์เรียแช่แข็ง สัตว์เลี้ยงแสนรักของหญิงชาวอเมริกันผู้หนึ่ง ซึ่งเธอก็ยอมจ่ายเงินไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนเหรียญสหรัฐฯ เพื่อให้บริษัทดังกล่าวโคลนนิงสุนัขแสนรักให้กลับมาอยู่กับเธออีกครั้ง และนับว่าเป็นการโคลนนิงสัตว์เลี้ยงเชิงพาณิชย์ครั้งแรกของโลกด้วย

ดักจับดีเอ็นเอด้วยลำแสงนาโน เทคนิคใหม่ทำไบโอเซนเซอร์ความไวสูง

นักวิจัยมะกัน พัฒนาท่อนำแสง ทำแสงให้มีขนาดนาโน ช่วยดักจับดีเอ็นเอและอนุภาคนาโนในของไหลได้ดี พร้อมนำส่งไปยังทิศทางที่ต้องการได้สะดวก อนาคตเห็นทางทำไบโอเซนเซอร์ตรวจโรคแม่นยำสูง
ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) สหรัฐฯ ค้นพบวิธีดักจับดีเอ็นเอและอนุภาคนาโนในสารละลายไหล โดยใช้ลำแสงขนาดนาโน ซึ่งได้ตีพิมพ์ผลงานในวารสารเนเจอร์ (Nature) ตามที่ระบุในไซน์เดลี โดยนักวิจัยหวังว่าเทคนิคดังกล่าวสามารถนำไปพัฒนาเป็นไบโอเซนเซอร์ความแม่นยำสูง หรือประยุกต์ใช้ในการคัดเลือกและนำส่งอนุภาคนาโน

วิลเลียม ชูลทส์ มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ สหรัฐฯ (National Science Foundation: NSF) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนโครงการวิจัยนี้ระบุว่า งานวิจัยดังกล่าวสามารถต่อยอดนำไปใช้ได้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในงานด้านวิศวกรรมในการจัดการกับวัตถุระดับโมเลกุลและอะตอม โดยเฉพาะวัตถุที่บรรจุอยู่ในของเหลว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการใช้ประโยชน์จากแสงในการจัดการกับเซลล์และวัตถุขนาดนาโนอยู่แล้ว ทว่าเทคนิคใหม่ที่ว่านี้นี้ช่วยให้นักวิจัยทำงานดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมและยาวนานขึ้น

ด้าน เดวิด อีริคสัน (David Erickson) วิศวกร คอร์เนล กล่าวว่า เรามองแสงเป็นชุดของอนุภาคที่ไม่มีมวลโดยเรียกว่าโฟตอน (photon) ซึ่งพวกเขาได้ทดลองหาวิธีรวมอนุภาคโฟตอนเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในพื้นที่ขนาดเล็กมาก แล้วทำให้ส่องผ่านไปตามท่อนำคลื่น (waveguide) ชนิดพิเศษ ซึ่งคล้ายกับเส้นใยแก้วนำแสงขนาดนาโน เมื่อชิ้นส่วนของวัตถุใด ซึ่งอาจจะเป็นดีเอ็นเอ หรืออนุภาคนาโน ลอยเข้ามาใกล้กับลำแสงโฟตอนดังกล่าว จะถูกดูดเข้ามาข้างในและไหลไปตามลำแสง

ทั้งนี้ ทีมนักวิจัยได้พัฒนาท่อนำคลื่นเพื่อทำให้แสงกลายเป็นลำแสงขนาดเล็ก และพัฒนาต่อไปเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในกับดักจับดีเอ็นเอ หรือวัตถุอื่นที่มีขนาดเล็กในระดับนาโนเมตรที่ไหลอยู่ในของเหลวได้ดียิ่งขึ้น โดยท่อเล็กๆ แต่ละท่อที่อยู่ภายในท่อนำคลื่นนั้นมีความกว้างเพียง 60-120 นาโนเมตร เท่านั้น ซึ่งบางกว่าความยาวคลื่นของแสงเลเซอร์อินฟราเรดที่มีขนาด 1,500 นาโนเมตร ความสำเร็จครั้งนี้ช่วยขจัดข้อจำกัดที่มีอยู่เดิมอันเกิดจากการกระจายของลำแสงเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง และท่อขนาดนาโนภายในท่อนำแสงดังกล่าวยังช่วยให้ใช้แสงในการดักจับหรือขนส่งวัตถุนาโนได้ดียิ่งขึ้นด้วย

นักวิจัยทดลองโดยนำสารละลายที่มีดีเอ็นเอหรืออนุภาคนาโน มาชะให้ไหลผ่านไปตามท่อนำแสงที่มีช่องแสงผ่านขนาดไมโครเมตร ด้วยความเร็ว 80 ไมโครเมตรต่อวินาที ผลปรากฏว่าระบบดังกล่าวสามารถดักจับดีเอ็นเอหรืออนุภาคนาโนเข้ามาภายในลำแสงได้ไม่ถึง 1 ใน 4 ส่วนของอนุภาคทั้งหมด ทว่าเมื่อทดลองใช้ท่อนำแสงที่มีช่องแสงขนาดเล็กลง อัตราการไหลช้าลง และลำแสงมีพลังงานสูงกว่า ปริมาณอนุภาคที่ดักจับได้ก็มีอัตราเพิ่มขึ้น

"สิ่งที่เรากำลังหวังจะทำในตอนนี้ คือทำความเข้าใจกับหลักการทางฟิสิกส์ให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้เห็นอะไรก็ตาม ที่อาจเป็นไปได้เข้าใกล้ความเป็นจริงยิ่งขึ้น ครั้งท้ายสุดเรานึกถึงการพัฒนาอุปกรณ์ทางด้านแสงที่มีความรวดเร็ว ฉับไว และประสิทธิภาพสูง สำหรับใช้ในการสื่อสารและงานอื่นๆ ในช่วงตลอด 20 ปีที่ผ่านมา และมีการประยุกต์นำไปใช้ทางด้านระบบนาโน ซึ่งความหวังในอนาคตของเราคือสามารถขนส่งผ่านแต่ละสายของดีเอ็นเอได้คล้ายกับการขนส่งผ่านแสงที่ทำได้แล้วในปัจจุบัน" อีริคสัน กล่าว

อีกทั้งในอนาคตอาจมีการนำเทคโนโลยีในไปใช้ในการดักจับ หรือนำส่งดีเอ็นเอหรืออนุภาคอื่นให้ไปยังทิศทางและเป้าหมายที่ถูกต้องได้ อาทิ ใชัในการพัฒนาเซนเซอร์ตรวจวินิจฉัยต่างๆ หรือสำหรับรวบรวมอนุภาคที่มีโครงสร้างตามที่ต้องการ.