วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2552

ไอบีเอ็มเผย 5 นวัตกรรม

ไอบีเอ็มเปิดเผยรายงานประจำปี "IBM Next Five in Five" ฉบับที่สาม ซึ่งแสดงรายการนวัตกรรมที่มีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานและการใช้ชีวิตของคนเราในช่วง 5 ปีข้างหน้า รายการดังกล่าวอ้างอิงแนวโน้มตลาดและแนวโน้มทางสังคมที่คาดว่าจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรารวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ จากห้องปฏิบัติการทั่วโลกของไอบีเอ็ม ซึ่งจะสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมเหล่านี้ให้กลายเป็นจริง
ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ชีวิตของเราจะเปลี่ยนแปลงไปด้วยนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีดังต่อไปนี้:

• เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์รุ่นใหม่จะถูกติดตั้งไว้ตามพื้นถนน ผนังอาคาร และหน้าต่าง
ท่านเคยสงสัยไหมว่าเราจะสามารถผลิตพลังงานได้มากเท่าไร หากมีการติดตั้งเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ตามทางเดิน ถนนหนทาง รางรถไฟ กำแพง หลังคา และหน้าต่าง ในอีก 5 ปีข้างหน้า พลังงานแสงอาทิตย์จะเป็นพลังงานทางเลือกที่มีราคาไม่แพง ปัจจุบันวัสดุและกระบวนการผลิตเซลล์สุริยะหรือโซลาร์เซลล์ที่ใช้ในการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้ามีราคาแพงเกินกว่าที่จะสามารถนำไปใช้งานอย่างแพร่หลาย แต่ในอนาคต ปัญหาดังกล่าวจะไม่เป็นประเด็นสำคัญอีกต่อไป เนื่องจากการสร้างพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จะทำผ่านเซลล์สุริยะแบบ “ฟิล์มบาง” (thin-film) ซึ่งเป็นชุดเซลล์สุริยะราคาประหยัดที่มีความบางกว่าเซลล์สุริยะแบบแผ่นซิลิคอนถึง 100 เท่า และมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า เซลล์สุริยะแบบฟิล์มบางนี้ถูก “พิมพ์” และจัดเรียงไว้บนแผงรองรับที่ยืดหยุ่น โดยนอกจากจะติดตั้งบนหลังคาได้แล้ว ยังสามารถติดตั้งไว้ที่ผนังด้านข้างของอาคาร หน้าต่าง โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก รถยนต์ และแม้กระทั่งเสื้อผ้าได้อีกด้วย

• แพทย์จะสามารถพยากรณ์อนาคของสุขภาพท่านได้
ภายใน 5 ปีข้างหน้า แพทย์จะสามารถนำเสนอแผนที่พันธุกรรมที่บอกท่านได้ว่าสุขภาพของท่านมีแนวโน้มจะเผชิญกับความเสี่ยงอะไรบ้าง พร้อมทั้งวิธีการที่แน่ชัดในการป้องกันสิ่งเหล่านั้น โดยอ้างอิงจากดีเอ็นเอของท่านเอง ซึ่งทั้งหมดนี้อาจมีค่าใช้จ่ายไม่ถึง 7,000 บาท (200 เหรียญสหรัฐฯ) เพราะการที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีจัดทำแผนที่จีโนมทั้งหมดของมนุษย์ เท่ากับเป็นการเผยความลับของพันธุกรรม และใช้ข้อมูลนี้ในการแนะนำการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตและการรักษา นอกจากนั้น บริษัทยายังสามารถพัฒนายาใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้ป่วยแต่ละคนโดยเฉพาะ การจัดทำแผนที่พันธุกรรมจะเปลี่ยนรูปแบบการดูแลสุขภาพของคนเราในอีก 5 ปีข้างหน้าอย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลให้เราสามารถดูแลตัวเองได้ดีมากยิ่งขึ้น

• ท่านจะสามารถพูดคุยโต้ตอบกับเว็บได้
“การเข้าชม” เว็บกำลังจะเปลี่ยนไปในช่วง 5 ปีข้างหน้า ในอนาคต ท่านจะสามารถท่องอินเทอร์เน็ตแบบแฮนด์ฟรีโดยใช้เสียงแทนข้อความโดยไม่ต้องใช้หน้าจอหรือคีย์บอร์ด ทั้งนี้ ในบางประเทศ เช่น อินเดีย ถ้อยคำที่พูดมีความสำคัญมากกว่าภาษาเขียนในระบบการศึกษา การบริหารราชการ และวัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้ “การพูดคุย” กับเว็บกำลังพัฒนาแซงหน้าอินเทอร์เฟซอื่นๆ ทั้งหมด และโทรศัพท์มือถือก็กำลังเข้ามาแทนที่พีซีด้วยการใช้งาน “เว็บไซต์เสียง” (VoiceSite) ซึ่งสะดวกและเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ต และผู้ไม่รู้หนังสือได้ และเมื่อเว็บสามารถเข้าใช้งานได้โดยใช้เสียง ทุกๆ คนจะสามารถใช้งานเว็บได้ง่ายขึ้น

• ท่านจะมีผู้ช่วยช๊อปปิ้งดิจิตอลส่วนตัวของท่านเอง
ท่านเคยติดอยู่ในห้องลองเสื้อพร้อมด้วยเสื้อผ้าผิดขนาดโดยที่ไม่มีพนักงานขายอยู่แถวนั้นเลยหรือไม่? ภายใน 5 ปีข้างหน้า ท่านจะสามารถพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น และตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น แทนที่จะต้องรอความช่วยเหลือจากพนักงานขายในห้าง การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ากับโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคใหม่จะทำให้การช้อปปิ้งเป็นเรื่องสนุกมากขึ้น เพราะอีกไม่นานเราจะมีผู้ช่วยช้อปปิ้งดิจิตอล (Digital Shopping Assistant)ในห้องลองเสื้อ ซึ่งประกอบด้วยจอแบบทัชสกรีน และตู้บริการ (Kiosk) ที่สั่งงานด้วยเสียง ซึ่งจะทำให้ท่านเลือกหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แบบครบชุด เมื่อท่านเลือกสินค้าผ่านผู้ช่วยช้อปปิ้งดิจิตอล พนักงานขายจะได้รับแจ้งและรวบรวมสินค้าเพื่อส่งให้ท่านโดยตรง นอกจากนี้ ท่านยังสามารถถ่ายภาพตัวเองในชุดต่างๆ และอีเมลหรือส่ง SMS ภาพเหล่านั้นไปให้เพื่อนๆ เพื่อพิจารณาว่าจะซื้อ..หรือไม่ซื้อ นอกจากนี้ ท่านยังจะสามารถเรียกดูความคิดเห็นและเรตติ้งที่ลูกค้าท่านอื่นได้ให้ความเห็นไว้ได้ รวมทั้งสามารถดาวน์โหลดคูปองส่วนลดสำหรับสินค้าที่ต้องการซื้อได้อีกด้วย

• ความหลงลืมจะกลายเป็นเรื่องราวในอดึต
ท่านคงเคยมีปัญหาหรือกังวลกับความพยายามจดจำข้อมูลมากมายมหาศาลต่าง ๆ รอบตัวหรือไม่ ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า ปัญหาดังกล่าวอาจหมดไป เนื่องจากท่านจะจำได้ง่ายขึ้น ว่าต้องซื้ออะไร ที่ไหน ท่านมีนัดพบปะกับใครและเมื่อใด ร ายละเอียดต่างๆ ในชีวิตประจำวัน จะถูกบันทึก จัดเก็บ วิเคราะห์ และจัดเตรียมให้เมื่อถึงเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้โดยอาศัยไมโครโฟน และกล้องวิดีโอ ซึ่งจะบันทึกบทสนทนาและกิจกรรมต่างๆเอาไว้ จากนั้นจะจัดเก็บและวิเคราะห์โดยอัตโนมัติบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ทำให้เราสามารถ“จดจำ” ได้ทันทีถึงการพูดคุยสนทนาทางโทรศัพท์กับบุคคลในครอบครัวหรือแม้แต่กับแพทย์ประจำตัว นอกจากนี้ เทคโนโลยียังช่วยเตือนความจำให้ท่านเวลาแวะซื้อของใช้หรือแวะซื้อยาตามใบสั่งเมื่อเดินทางผ่าน
ที่มา
MSN เทคโนโลยี

ไม่มีให้ดูบ่อย! เหล่าบริวารทั้ง 4 ชุมนุมกันหน้าดาวเสาร์



ดวงจันทรืบริวารทั้ง 4 ดวง เอ็นเซลาดัส (Enceladus) ดิออน (Dione) ไททัน (Titan) และไมมัส (Mimas) ผ่านหน้าดาวเสาร์ (ภาพประกอบทั้งหมดดัดแปลงจากต้นฉบับรอยเตอร์)

กล้องฮับเบิลบันทึกภาพจันทร์บริวารทั้ง 4 ผ่านหน้าดาวเสาร์ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ดูได้ไม่บ่อยนัก โดยเกิดขึ้นเมื่อดาวเสาร์เกือบจะเข้าสู่ปรากฏการณ์ "ไร้วงแหวน" ซึ่งจะเกิดขึ้นทุกๆ 14-15 ปี


ภาพที่ทางองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) และองค์การอวกาศยุโรป (อีซา) นำมาเผยแพร่นี้ บันทึกโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) เมื่อวันที่ 24 ก.พ.52 ที่ผ่านมา ซึ่งจะเห็นจันทร์บริวารทั้ง 4 คือ เอ็นเซลาดัส (Enceladus) ดิออน (Dione) ไททัน (Titan) และไมมัส (Mimas) อยู่หน้าดาวเสาร์หรือเรียกปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า "ดวงจันทร์ผ่านหน้า" (moon transit)





ในภาพดวงจันทร์ไททันอยู่ใกล้ๆ กับขั้วเหนือ และทอดเงาทับขั้วเหนือ บริเวณกลางดาวเสาร์ใกล้ๆ กับวงแหวน มีจุดขาวเล็กๆ คือภาพของไมมัสที่ทอดเงาลงบริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตร และทางซ้ายออกไปเหนือวงแหวนมีจันทร์บริวารอีก 2 ดวงคือ ดิออนที่สว่างกว่าซึ่งเห็นเยื้องไปทางขวาของอีกดวง และเอ็นเซลาดัสที่เห็นจางกว่าและอยู่เยื้องไปทางซ้ายล่าง

ทั้งนี้สเปซดอทคอมระบุว่า ปรากฏการณ์ดวงจันทร์ผ่านหน้าดาวเสาร์พร้อมกันหลายๆ นี้ เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่มีให้เห็นบ่อยนัก และเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อวงแหวนดาวเสาร์เอียงจนเกือบจะหายไปเมื่อสังเกตจากโลก หรือเรียกปรากฏการณ์ที่วงแหวนดาวเสาร์หายไปว่า "เอดจ์ออน" (edge on) ซึ่งในปีนี้ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในวันที่ 10 ส.ค.และ 4 ก.ย. แต่โชคร้ายที่ช่วงเวลาดังกล่าวดาวเสาร์จะอยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์เมื่อมองจากมุมบนโลก

สำหรับปรากฏการณ์ที่วงแหวนหายไปหรือ "ระนาบวงแหวนปิด" (ring plane crossing) นี้จะเกิดขึ้นทุกๆ 14-15 ปี โดยเมื่อปี 2538-2539 กล้องฮับเบิลได้สังเกตเห็นระนาบวงแหวนค่อยๆ หายไป พร้อมกับที่ดวงจันทร์หลายดวงผ่านหน้าดาวเคราะห์ ซึ่งปรากฏการณ์ครั้งนั้นช่วยให้ค้นพบดวงจันทร์ของดาวเสาร์ได้เพิ่มขึ้นอีกหลายดวง

ที่มา หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์

จะจำใบหน้าของใครให้ได้แม่นยำ ต้องจ้องคอยดูที่ลูกตา

นักวิจัยเมืองกระทิงดุแนะนำว่า หากจะจำหน้าใครให้แม่น ให้มองดูที่ดวงตาของเขา พวกเขาได้บทเรียนจากการศึกษามาว่า สมองของเราจะกลั่น กรองเอาข้อมูลสำคัญของใบหน้า โดยเอาจากลูกตา

คณะนักวิจัยได้ศึกษาด้วยการวิ-เคราะห์ใบหน้าของผู้ชายและผู้หญิง จำนวนฝ่ายละ 868 คน ได้พบว่า จะได้ พบข้อมูลสำคัญลักษณะของใบหน้า จากดวงตา มากกว่าจากปากและจมูก เป็นการส่อให้เห็นว่ากลไกจดจำใบหน้าของสมอง จะถนัดกับการจ้องดูที่ตามากกว่าที่แห่งอื่น.

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ