วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2552

วิตามินซีช่วยสุขภาพชายหนุ่ม ลดโอกาสเสี่ยงเป็น โรคเกาต์

รายงานการศึกษาของนักวิจัยในอเมริกาพบว่าผู้ชายที่ได้กินวิตามินซีในปริมาณที่สูงกว่า มีโอกาสเป็นโรคเกาต์ น้อยกว่า

งานวิจัยในหัวข้อ ความสัมพันธ์ระหว่างการรับวิตามินซี กับการเกิดโรคเกาต์ ทำการศึกษากับชายจำนวน 46,994 คน ระหว่างปี พ.ศ.2529 - 2549 โดยฮีออน เค ชอย จากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย เป็นหัวหน้าคณะนักวิจัย แต่ปัจจุบันอยู่ที่มหาวิทยาลัยบอสตัน ได้ติดตามสอบถามถึงแบบแผนการกินของกลุ่มชายดังกล่าวทุก 4 ปี และดูว่าพวกเขากินอาหารที่มีวิตามินซี และอาหารเสริมหรือไม่ และในทุก 2 ปี ผู้เข้าร่วมศึกษาจะรายงานผลการตรวจโรคเกาต์ว่าโรคพัฒนาไปอย่างไรบ้าง

ผลปรากฏว่าในระหว่าง 20 ปีนั้น มีผู้ชาย 1,317 รายที่เป็นโรคเกาต์ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มชายที่ได้รับวิตามินซีน้อยกว่า 250 มิลลิกรัมต่อวัน ปัจจัยเสี่ยงในการเป็นโรคเกาต์ ค่อนข้างจะลดลง 17 เปอร์เซ็นต์ สำหรับกลุ่มที่รับวิตามินซีวันละ 500-999 มิลลิกรัม ลดลง 34 เปอร์เซ็นต์เมื่อรับวิตามินซี 1,000-1,499 มิลลิกรัม และปัจจัยเสี่ยงลดลงถึง 45 เปอร์เซ็นต์ เมื่อรับวิตามินซี 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน หรือสูงกว่านั้น

วารสารอาร์ไคฟ์ออฟอินเทอร์นัลเมดิซิน รายงานผลการวิจัยชิ้นนี้และอ้างคำแถลงของผู้วิจัยด้วยว่า วิตามินซีอาจส่งผลต่อไตในการดูดซึมกรดยูริค เพิ่มความเร็วในการทำงานของไต หรือป้องกันการอักเสบ ซึ่งทั้งหมดนั้นช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการเป็นโรคเกาต์ลงได้.


ข้อมูลดีๆ จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

สร้างเครื่องเอกซเรย์กำลังสูง ใช้ตรวจส่องงาน โบราณคดี

หนังสือพิมพ์ “ไทมส์” อันมีชื่อเสียงของอังกฤษ แจ้งว่า นักวิจัยได้ช่วยกันประดิษฐ์เครื่องเอกซเรย์ซึ่งจะมีแสง สว่างยิ่งกว่าดวงอาทิตย์ หลายร้อยดวง เพื่อฉายตรวจลึกเข้าไปดูภายในของศพอาบยา และเครื่องมือเครื่องใช้ในสมัยโบราณอื่นๆ

นักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดี จะได้ใช้เครื่องมือนี้ ในการตรวจศึกษาวัตถุ ที่เป็นก้อนทึบโตๆ เพื่อจะวิเคราะห์องค์ ประกอบให้รู้ว่าทำมาอย่างไร โดยจะใช้ ศึกษาศพอาบยา ที่ตั้งแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์อียิปต์โบราณของอังกฤษก่อนอื่น
นายเจน ฮิลเลอร์ นักวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้ร่วมประดิษฐ์เครื่องเอกซเรย์กำลังสูงเครื่องนี้กล่าวว่า จะได้ให้นักโบราณคดีใช้ศึกษาเครื่องมือเครื่องใช้ในสมัยโบราณต่างๆด้วย โดยไม่ต้องเจาะไชเข้าไปภายในแต่อย่างใด “ยังไม่เคยมีเครื่องมือที่จะสามารถตรวจกวาดและถ่ายภาพวัตถุ โบราณขนาดใหญ่ให้แม่นยำได้เท่านี้มาก่อนเลย”.


ข้อมูลดีๆ จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ญี่ปุ่นระดมสร้างพลเมืองหุ่นยนต์ เป็นครูสอนหนังสือเด็ก

นักเรียนญี่ปุ่นรุ่นต่อไป จะต้องรู้สึกชอบเรียนวิชาคำนวณและวิทยาศาสตร์กันมากขึ้น เพราะจะมีหุ่นยนต์เป็นครูคอยประสิทธิ์ประสาทวิชาให้

หนังสือพิมพ์รายวัน “เดอะ เดลี่ เทเลกราฟ” ของอังกฤษ รายงานว่าญี่ปุ่นมีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ครั้งสำคัญ เมื่อสร้างหุ่นยนต์ครูสอนหนังสือขึ้นได้ สามารถจะเรียกชื่อ และดุว่านักเรียนได้ โดยขณะนี้กำลังทดลองในโรงเรียนประถมศึกษา ในกรุงโตเกียวแห่งหนึ่งอยู่

หุ่นยนต์ครูมีชื่อว่า “ซายา” พูดได้หลายภาษา เรียกชื่อนักเรียน และสั่งงานให้เด็กทำได้ มีใบหน้าทำด้วยยาง สามารถแสดงสีหน้าได้ต่างๆ ตั้งแต่อาการโกรธเกรี้ยวก็ได้ เนื่อง จากภายในติดตั้งมอเตอร์รวมด้วยกัน 18 เครื่อง ข่าวกล่าวว่า ญี่ปุ่นมีโครงการจะสร้างหุ่นยนต์สำหรับทำงานต่างๆ ตั้งแต่เป็นพนักงาน เลขานุการ เพื่อจะช่วยให้บริษัทห้างร้านต่างๆ ลดค่าใช้จ่ายในการใช้แรงงานลงได้

ศาสตราจารย์ฮิโรชิ โคบายาชิ แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว เป็นนักประดิษฐ์หุ่นยนต์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง ได้สร้างหุ่นยนต์ มานาน 15 ปีแล้ว เป็นผู้สร้างหุ่นยนต์เพื่อใช้งานในชีวิตด้านต่างๆ ในญี่ปุ่น
อย่างเช่นหุ่นยนต์ควบคุมการจราจร และกำลังประดิษฐ์หุ่นยนต์เพื่อใช้เป็นผู้คอยดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมอยู่
รัฐบาลชาติอาทิตย์อุทัยตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี พ.ศ. 2558 นี้ บ้านในญี่ปุ่นทุกหลัง จะมีหุ่นยนต์คนใช้กันหมด โดยได้ทุ่มงบเกือบ 1,150 ล้านบาท ในการสร้างอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะขึ้น เนื่องจากความห่วงใยว่า ญี่ปุ่นกำลังมียอดพลเมืองที่เป็นผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างเช่น ภายในเวลา 7 ปีข้างหน้านี้ ชาวญี่ปุ่นใน 4 คน จะเป็นผู้สูงอายุ อายุเกิน 65 ปี เสีย 1 คน.

ข้อมูลดีๆ จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

น้ำแอปเปิ้ลสกัด ส่งผลหยุดเนื้อร้ายมะเร็งได้ชะงัด

นักวิจัยสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งอเมริกา เปิดเผยว่า หนูเป็นมะเร็งที่เลี้ยงด้วยน้ำแอปเปิ้ลสกัด แสดงให้เห็นว่า มันสามารถจะถ่วงมะเร็งเนื้อร้ายจากเนื้อเยื่อต่อมไม่ให้เติบโตอีกต่อไปได้ และยิ่งให้หนูกินมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้มะเร็งชะงักหยุดได้เท่านั้น

ศาสตราจารย์ริว ไอลิง หัวหน้านักวิจัยเล่าว่า ไม่แต่เพียงสังเกตว่าหนูมีเนื้อร้ายน้อยลงเท่านั้น หากเนื้อร้ายยังหดเล็กลง คลายพิษของเนื้อร้ายลง และเติบโตได้ช้าลง เมื่อเทียบกับหนูตัวอื่นที่ไม่มีการรักษา ยิ่งหนูตัวที่เลี้ยงด้วยน้ำแอปเปิ้ลสกัดมากถึงวันละ 6 ลูก เนื้อร้ายจะแพร่กระจายเหลือเพียงร้อยละ 23 เท่านั้น


นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ทั้งนี้เป็นอิทธิพลของพวกสารพฤกษเคมี เช่น ฟลาโวนอยด์หรือฟีโนลิก ซึ่งมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระและการแพร่กระจายภายในเซลล์ของร่างกาย


ข้อมูลดีๆ จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ดูรูปสาวนุ่งผ้าน้อยชิ้นบ่อยเข้า ทำสมองชายชินชา

นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยปรินซ์ตันที่อเมริกา พบว่า การได้เห็นรูปผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อยบ่อยๆ ทำให้สมองผู้ชายบางคนชินชา มองเห็นแล้วรู้สึกเหมือนกับเห็นเป็นสิ่งของธรรมดาไป

พวกเขาได้ศึกษากับผู้ชาย โดยให้ดูรูปสาวในชุดอาบน้ำบิกินี พร้อมกับใช้เครื่องตรวจสแกนสมองไปด้วยพบว่าในผู้ชายบางคนจะมีสมองส่วนที่แสดงปฏิกิริยาต่อสิ่งของเท่านั้นที่ตื่น กับผู้ชายคนที่รู้กันว่าเป็นคนเจ้าชู้ ส่วนของสมองซึ่งเคยแสดงความตื่นเต้นเมื่อได้เห็นรูปมาก่อน แต่คราวนี้กลับนิ่งเฉย

ศาสตราจารย์ซูซาน ฟิสก์ อธิบายผลการศึกษาแสดงว่า ผู้ชายบางคนไม่รู้สึกเมื่อเห็นภาพผู้หญิงรูปร่างยวนสวาทเป็นมนุษย์ปุถุชน “ดิฉันไม่ได้พูดว่า พวกเขาเห็นเธอเป็นสิ่งของ เขาก็ยังรู้อยู่ว่าเธอเป็นมนุษย์อยู่ดี”

หนังสือพิมพ์รายวันฉบับยักษ์ “เดอะ เทเลกราฟ” ของอังกฤษ รายงานต่อไปว่า อาจารย์ซูซานกล่าวว่า “เครื่องตรวจสแกนสมองแสดงให้เห็นว่า ปฏิกิริยาของผู้ชายที่มีต่อรูปภาพ เป็นปฏิกิริยาของมนุษย์ที่มีต่อสิ่งของ ไม่ได้เป็นปฏิกิริยาที่มีต่อมนุษย์ที่เป็น 3 มิติเต็มตัวเลย” พร้อมกับเสริมว่า “เรื่องนี้ต้องโทษที่สังคมถูกถล่มปูพรมด้วยรูปสาวโป๊ๆ อยู่อย่างไม่ขาดสาย ทำให้ปฏิกิริยาของสมองของผู้ชายบางคน ที่มีความรู้สึกอย่างที่มีกับมนุษย์เฉื่อยชาลงไป พร้อมกับเทียบว่า แบบเดียวกับความรุนแรงที่พบเห็นกันอยู่ ในทีวี ก็เคยมีการศึกษาพบว่าทำให้คนจะรู้สึกชินชากับเรื่องร้ายแรงต่างๆ ได้เช่นกัน”.


ข้อมูลดีๆ จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

7 เหตุผลดีๆที่คุณควรพิจารณามาใช้ HDTV

เหตุผลที่ 1 : รายละเอียดของภาพ
หากคุณข้ามหัวข้อเกี่ยวกับประวัติของ HDTV มาอ่านที่หัวข้อนี้เลย ก่อนอื่นคุณต้องทำความเข้าใจก่อนว่าระบบทีวีที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบันนั้นเป็นแบบ SD (Standard Definition) ฟรีทีวีในบ้านเรา (ช่อง 3, 5, 7, 9 และอื่นๆ), หนังวีซีดี, ดีวีดี และภาพจากเกม Playstation และ Playstation 2 จัดว่าเป็นแบบ SD ทั้งสิ้น
สิ่งแรกที่สะดุดตาคุณมากที่สุดเมื่อคุณได้มีโอกาสชม HDTV เป็นครั้งแรกนั่นคือความละเอียด และความคมชัดของภาพแบบ HD (High definition) เมื่ออธิบายด้วยภาษาง่ายๆ แบบไม่ใช่เชิงเทคนิค ภาพที่ปรากฏบนจอโทรทัศน์ (ไม่ว่าจะเป็นแบบ SD หรือ HD ก็ตาม) จะประกอบไปด้วย "จุด" หรือ "พิกเซล (pixel)" จำนวนมหาศาลที่เรียงชิดกันเป็นภาพที่เราเห็นบนจอ ฉะนั้น ยิ่งภาพมีจำนวนพิกเซลเรียงหนาแน่นมากเท่าใด คุณก็สามารถสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆของภาพได้มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งตีความได้ว่าภาพที่ได้จะคมชัดกว่านั่นเอง แน่นอนว่าระบบ SD มีจำนวนพิกเซลที่ประกอบเป็นภาพน้อยกว่าระบบ HD หลายเท่า จึงทำให้ภาพแบบ SD นั้นดูหยาบกว่า โดยเฉพาะเมื่อนำไปแสดงบนจอที่มีขนาดใหญ่

เมื่อสังเกต คุณจะพบว่า
- ภาพแรกจากด้านซ้ายมือนั้นเป็นภาพที่มีความละเอียด HD แบบ 1080 เส้น
- ภาพตรงกลางเป็นภาพที่มีความละเอียด HD แบบ 720 เส้น
- ภาพขวามือเป็นภาพแบบ SD ที่มีความละเอียด 480 เส้น
- ภาพแบบ HD 1080 จะมีความคมชัดสูงสุด เนื่องจากจำนวนพิกเซลที่มากกว่า รองลงมาคือภาพแบบ HD 720 และภาพแบบ SD (480 เส้น) นั้นมีความคมชัดต่ำที่สุด
เมื่อคุณไปเดินซื้อหา HDTV ในห้างสรรพสินค้าสักเครื่อง คุณจะพบ HDTV แบบ 720p หรือ 768p ที่ผู้ผลิตเรียกว่า "HD Ready" และแบบ 1080p หรือที่ผู้ผลิตเรียกว่า "Full HD" นั่นเอง ถึงแม้ว่าคำว่า "HD Ready" นั้นจะค่อนข้างก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่ามันไม่ใช่ HD อย่างแท้จริงก็ตาม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้ง "HD Ready" และ "Full HD" ก็ถือว่าเป็นมาตรฐาน HDTV ทั้งคู่ ทั้งสองคำดังกล่าวจึงถือว่าเป็น term ทางการตลาดเพื่อแยกแยะระหว่างจอแบบ 720p กับจอ 1080p เท่านั้น

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับความละเอียด (resolution) ของภาพ และความแตกต่างของ 480i, 480p, 720i, 720p, 1080i และ 1080p คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ lcdspec.com

เหตุผลที่ 2 : คุณภาพของภาพ (Picture Quality)
เกณฑ์การตัดสิน HDTV นั้นอยู่ที่ความสามารถในการแสดงภาพของพวกมัน ซึ่งเกณฑ์เหล่านี้สามารถนำมาตีวงให้แคบลง และแบ่งออกเป็นการตัดสินในแง่ต่างๆ เช่น ความคมชัด (sharpness), คอนทราสต์ (contrast), และสี (color) เราจึงสามารถตัดสินคุณภาพของภาพที่แสดงบนจอด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ (แต่องค์ประกอบเหล่านี้ก็ไม่ใช่ประเด็นในการพิจารณาทั้งหมด เพราะการตัดสินคุณภาพจะต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจาก 3 องค์ประกอบที่กล่าวไปแล้วในการตัดสินด้วย)
แน่นอนว่า HDTV สามารถแสดงภาพที่คุณภาพดีกว่า SDTV อยู่หลายขุม แต่ปัญหาก็คือ คำว่า "ภาพสวย" หรือ "คมชัด" นั้นค่อนข้าง subjective (เป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดความคิดเห็นแตกแยก) ยกตัวอย่างเช่น บางคนอาจจะชอบภาพที่มีสีสันจัดจ้าน ในขณะที่บางคนชอบภาพที่มีสีสันแบบธรรมชาติ การเลือก HDTV ที่แสดงภาพได้สวยถูกใจคุณ จะต้องอาศัยการทำการบ้านโดยการรวบรวมข้อมูล และความแตกต่างทางเทคนิคเสียก่อน และบวกกับความชอบและความพึงพอใจส่วนตัวของคุณเป็นหลัก
เนื่องจากเราได้เข้าสู่โลกดิจิตอลของ HDTV จึงทำให้คุณภาพของภาพที่แสดงบนจอนั้นดีกว่าภาพบน SDTV ทั่วไป เนื่องจากสัญญาณดิจิตอลถูกรบกวนได้ยากกว่าสัญญาณอนาล็อก จึงทำให้โอกาสที่สัญญาณภาพจะถูกรบกวนจนผิดเพี้ยนไปนั้นมีน้อยกว่า

เหตุผลที่ 3 : ความสามารถในการแสดงผลจากสื่อความละเอียดสูง (High definition content)

แน่นอนว่าหากคุณตัดสินใจที่จะซื้อ HDTV สักเครื่อง คุณคงมีแผนที่จะเอา HDTV ตัวเก่งของคุณมาแสดงภาพ HD แน่ๆ เพราะคุณคงคงไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จาก HDTV เท่าใดนัก หากคุณเอามันมาแสดงภาพแบบ SD
อีกหนึ่งเหตุผลที่ HDTV กำลังได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในต่างประเทศคือ ในต่างประเทศมีเริ่มมีการออกอากาศสัญญาณโทรทัศน์ดิจิตอลแบบ HD แล้ว ณ เวลาที่เรียบเรียงบทความนี้ สถานีโทรทัศน์ช่องหลักๆ ในสหรัฐอเมริกาได้ทยอยแพร่ภาพแบบ HD ตั้งแต่ต้นปี 2009 ซึ่งกำหนดการเดิมนั้นทีวีทุกช่องในสหรัฐอเมริกาจะเป็นแบบดิจิตอลทั้งหมดในเดือนกุมภาพันธ์ 2009 แต่เนื่องจากติดขัดในแง่ของความพร้อมของประชาชน ทำให้สภาสูงแห่งสหรัฐอเมริกาประกาศเลื่อนเส้นตายการออกอากาศแบบดิจิตอลไปเป็นเดือนเมษายน ปี 2009

ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถซื้อกล่องรับสัญญาณ HD มาต่อกับ SDTV ตัวเก่าของคุณเพื่อรับสัญญาณโทรทัศน์ดิจิตอลก็ตาม คุณจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลยจากความละเอียดของภาพที่เพิ่มขึ้นจากสัญญาณ HD การที่สถานีโทรทัศน์เปลี่ยนมาออกอากาศแบบ HD จึงเป็นการบังคับทางอ้อมให้คุณเปลี่ยนโทรทัศน์นั่นเอง สำหรับบ้านเรา เนื่องจากโครงการออกอากาศแบบ HD ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง เมื่อคุณซื้อ HDTV ในวันนี้ คุณจึงต้องบริโภคสื่อความละเอียดสูง (High definition content) จากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่ฟรีทีวีไปก่อน ซึ่งปัจจุบันนี้มีตัวเลือกให้คุณมากมาย เช่น
- สัญญาณภาพจากเครื่องเล่นบลูเรย์ดิสก์
- สัญญาณภาพจากเครื่อง Upscaling DVD Player (เครื่องดีวีดีอัพสเกล)
- สัญญาณภาพ HD จากเครื่องเล่นเกม (Game console) ใหม่ๆ เช่น Xbox 360 และ Playstation 3 - ภาพนิ่งจากกล้องดิจิตอลความละเอียดสูง
- ภาพวีดีโอจากกล้องวีดีโอแบบ HD
- ภาพจากไฟล์ภาพยนตร์ความละเอียดสูงจากอินเทอร์เน็ต เช่นไฟล์ WMV-HD, MKV, MP4-AVC เป็นต้น
- การต่อเชื่อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อแสดงภาพความละเอียดสูง เช่น การชมภาพนิ่ง การเล่นเกม และการชมคลิปภาพยนตร์ความละเอียดสูง

เหตุผลที่ 4 : ขนาด

เนื่องจากคอนเทนต์แบบ HD นั้นมีความละเอียดสูง จึงทำให้มันสามารถแสดงบนจอขนาดใหญ่ๆ ได้โดยไม่ทำให้ภาพเบลอมากนัก HDTV จึงมีขนาดใหญ่มากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นสวรรค์สำหรับนักชมภาพยนตร์เลยทีเดียว เพราะจอที่ใหญ่ขึ้นจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการชมภาพยนตร์ของคุณได้เป็นอย่างมาก
คุณสามารถบอกลา SDTV ขนาดจิ๋วไปได้เลย เพราะ HDTV นั้นมีให้เลือกหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดไม่ถึง 20 นิ้ว ไปจนถึงขนาดเป็นร้อยนิ้ว จอ HDTV แบบ LCD มีขนาดเริ่มต้นที่ 19 นิ้ว ส่วนจอพลาสมานั้นมีขนาดเริ่มต้นที่ 42 นิ้ว (แต่มีพลาสมาบางยี่ห้อที่เริ่มต้นด้วยขนาด 32 นิ้ว เช่น LG และ Vizio) หลายๆ คนคิดว่า "ใหญ่กว่าย่อมดีกว่า" แต่นั่นไม่เป็นความจริงเสมอไป การเลือกขนาด HDTV ที่เหมาะสม นอกจากพิจารณาจากงบประมาณแล้ว จะต้องพิจารณาถึงระยะห่างที่คุณตั้งใจว่าจะรับชมเป็นหลัก สำหรับวิธีการเลือกขนาดจอที่เหมาะสม สามารถศึกษาได้จากบทความในเว็บไซต์ lcdspec.com

เหตุผลที่ 5 : ความสามารถ และลูกเล่นต่างๆ ของ HDTV
ปัจจุบันผู้ผลิตได้หันไปโฟกัสที่การผลิต HDTV มากกว่า SDTV ทำให้ HDTV ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และมีลูกเล่นต่างๆ ให้คุณเลือกมากมายตามความต้องการ รสนิยม และงบประมาณในกระเป๋าของคุณ ตัวอย่างของฟีเจอร์เหล่านี้คือ
- ระบบการแสดงภาพเคลื่อนไหวแบบ x Hertz (เช่น 100 Hz, 120 Hz หรือ 200 Hz เป็นต้น) เพื่อช่วยให้สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- การใช้ LED Backlight กับจอ LCD เพื่อปรับปรุงอัตราส่วนคอนทราสท์ และเพิ่มความสมจริงของสีให้มากขึ้น
- ความสามารถในการแสดงภาพซ้อนภาพ (Picture in Picture)
- ความสามารถในการแสดงภาพนิ่ง/วีดีโอคลิปจากพอร์ท USB
- ความสามารถในการเล่นไฟล์มัลติมีเดียจาก Media Server (DLNA) ผ่านระบบเครือข่าย และเล่น streaming content (เช่นวีดีโอคลิปจากเว็บ Youtube) จากอินเทอร์เน็ต
- ความสามารถในการแสดง active content และ Widget จากอินเทอร์เน็ต

เหตุผลที่ 6 : ดีไซน์

สิ่งแรกที่เตะตาคุณเมื่อเห็น HDTV ครั้งแรก ก็คงหนีไม่พ้นหุ่นที่ผอมเพรียวของมัน และคุณสมบัตินี้ก็กลายเป็นจุดขายของ HDTV มาโดยตลอด และมันทำให้ SDTV ตัวเก่าของคุณดูใหญ่เทอะทะขึ้นมาทันที
ขนาดที่บางลงหมายถึงคุณมีอิสระในการจัดวาง HDTV ในห้องของคุณมากยิ่งขึ้น และด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ทำให้มันกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านได้อีกชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว

HDTV มีน้ำหนักเบา และมีความบางพอที่จะติดผนังได้สบายๆ ด้วยอุปกรณ์เสริมสำหรับติดจอกับผนัง
และถ้าคุณคิดว่า HDTV ในปัจจุบันมีความ "บาง" มากอยู่แล้ว คุณจะต้องแปลกใจเมื่อพบว่า trend ใหม่ๆ ของจอ LCD นั้นกำลังจะบางลงเรื่อยๆ ในอนาคต จอ HDTV ราคาถูกที่มี Panel บางกว่า 1 เซนติเมตร คงไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป
Sony Bravia ZX1 หนาเพียง 9.9 มิลลิเมตร สามารถแขวนไว้กับผนังเหมือนกับเป็นกรอบรูปได้สบายๆ


เหตุผลข้อสุดท้าย ด้วยการแข่งขันกันอย่างดุเดือดของผู้ผลิต HDTV
ทำให้จอ HDTV มีราคาถูกลงจนกระทั่งคนส่วนใหญ่สามารถเป็นเจ้าของได้อย่างไม่ยากเย็นนัก และเทคโนโลยีการผลิต HDTV ก็มาถึงจุดที่มีวุฒิภาวะสูงพอ ทำให้มันไม่ใช่เทคโนโลยีแปลกใหม่ ซึ่งจำกัดผู้บริโภคอยู่แต่ในวง early adopter อีกต่อไป

ยุคทองของ HDTV เริ่มต้นแล้วล่ะครับ
Company Related Links :
LCDSPEC
ที่มาจาก
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์

เดลล์เผยโฉมโน้ตบุ๊กบางที่สุดในโลก

เดลล์พร้อมวางจำหน่ายโน้ตบุ๊กบางที่สุดในโลกภายใต้ชื่อ "Adamo" มีความบางเพียง 0.65 นิ้ว (16.5 มิลลิเมตร) เฉือนเอาชนะ X300 ของ เลอโนโว ที่บาง 0.73 นิ้ว (18.5 มิลลิเมตร) และ Macbook Air ที่ 0.76 นิ้ว (19.4 มิลลิเมตร)
Adamo มาจากภาษาละตินแปลว่า ตกหลุมรัก ซึ่งผลิตภัณฑ์ในรุ่นนี้ของเดลล์จะผลิตมาตอบสนองลูกค้าที่ต้องการสินค้าที่มีดีไซน์สวยงาม เหมาะกับการใช้งานส่วนบุคคล
ตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียมแผ่นเดียว มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 13.4 นิ้ว สัดส่วนภาพ 16:9 รองรับความละเอียด 720p ใช้หน่วยประมวลผล Core 2 Duo ภายใต้ชิปเซ็ต Intel Mobile 965 หน่วยความจำ DDR3 2GB (สูงสุด 4GB) การเชื่อมต่อไวเลสมาตรฐาน 802.11n บลูทูธ 2.1 หน่วยบันทึกข้อมูลแบบ SSD
ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อจะมี ยูเอสบี 2 พอร์ต คอมโบยูเอสบี และ eSATA 1 พอร์ต ช่องพิเศษสำหรับต่ออุปกรณ์เสริมสำหรับต่อพอร์ต HDMI, VGA และ DVI และช่องเสียบสายแลน นอกจากนี้ยังมีระบุไว้ว่าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ชั่วโมง
ในส่วนของระบบปฏิบัติการเนื่องจากใช้ Core 2 Duo ทำให้สามารถใช้งาน Windows Vista Home Premium Edition SP1 แบบ 64 บิต สำหรับราคาจำหน่ายในสเปก Core 2 Duo 1.2GHz SSD 128 GB จะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 71,000 บาท) ส่วน Core 2 Duo 1.4GHz พร้อมหน่วยความจำ 4 GB จะอยู่ที่ประมาณ 2,700 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 96,000 บาท) โดยทางเดลล์จะเริ่มทยอยส่งสินค้าล็อตแรกวันที่ 26 มีนาคมนี้

ข้อมูลดีๆ จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์